สวดมนต์ข้ามปี11วัดดังกทม. ‘สะสมบุญ-เสริมมงคล’ปีจอ
เชิญชวนชาวกรุงร่วมสวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 11 วัดศักดิ์สิทธิ์ เพิ่มบุญบารมี-เสริมสิริมงคล ก้าวไปสู่ความสุขความเจริญให้กับตนเอง-ครอบครัว

งวดเข้ามาทุกทีกับการเข้าสู่ศักราชใหม่ ปีจอ 2561แต่ละคนก็มีกิจกรรมที่เตรียมเฉลิมฉลองกันอย่างคึกคัก โดยบางคนก็เตรียมแพ็คกระเป๋าเดินทางเพื่อไปเคาน์ดาวน์ในสถานที่ที่ท่องเที่ยวที่ตนเองชื่นชอบ ทั้งในและต่างประเทศ บ้างก็กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อ-แม่พี่น้องในต่างจังหวัด หรือนัดเพื่อนฝูงเพื่อเลี้ยงสังสรรค์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

แต่หากใครต้องการสร้างบุญกุศลเสริมความเป็นสิริมงคลชีวิตไม่ควรพลาด “การสวดมนต์ข้ามปี รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์” เพื่อสะสมพลังบุญให้กับตนเองและญาติพี่น้องในการเริ่มต้นปีใหม่และการก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดปี

ล่าสุด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ร่วมกับ มหาเถรสมาคม(มส.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดโครงการ “วิถีพุทธ ร้อยใจไทย ด้วยแสงธรรม” ร่วมกับวัดทั่วประเทศสวดมนต์ข้ามปี แต่วัดสำคัญในเขตกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรที่ร่วมงานครั้งนี้มี 11 วัด โดยวันส่งท้ายปีเก่า 31 ธ.ค. นี้ แต่ละวัดจะเริ่มงานตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

กิจกรรมภายในวัดจะทำพิธีเจริญจิตภาวนา และพิธีขอขมาลาโทษผู้ใหญ่ จากนั้นเวลา 20.30 น. ทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเวลา 22.30 น.จะเข้าสู่กิจกรรมต้อนรับปีใหม่ และเวลา 24.00 น. มีพิธีการลั่นฆ้องชัย โดยสมเด็จพระสังฆราชทรงอำนวยพรปีใหม่ให้กับคนไทยทั่วประเทศ และเมื่อเข้าศักราชใหม่ 1 ม.ค.61 ทุกวัดมีกิจกรรมให้พุทธศาสนิกชนร่วมกันตักบาตรต้อนรับปีใหม่

เริ่มต้นวัดแรกที่ “วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดที่มหาสีมาขนาดใหญ่ทำเป็นเสาศิลาจำหลักรูปสีมาธรรมจักรอยู่บนเสา ตั้งที่กำแพงวัดทั้ง 8 ทิศ จึงได้นามว่าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แปลว่าวัด ลักษณะพิเศษของวัดคือไม่มีหอไตร เป็นวัดที่มีการจัดวางแผนผังอย่างงดงามและประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง

“วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร” เป็นวัดโบราณสร้างเมื่อสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมมีชื่อว่า “วัดสามจีน” เนื่องด้วยเหตุว่ามีชาวจีน 3 คนได้ช่วยกันก่อสร้างขึ้นมา และปี 2482 ได้เปลี่ยนนามวัดสามจีน เป็นวัดไตรมิตรฯ และมีพระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร หรือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร นับเป็น “พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” มีเนื้อทองคำสูงถึง 21.2 ล้านปอนด์และลงหนังสือกินเนสส์บุ๊คปี 2534

“วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร” อยู่ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นวัดที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นมาเมื่อปี 2419 องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีสถาปัตยกรรมสำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถมีขนาดใหญ่และตกแต่งอย่างงดงาม ด้วยลายรดน้ำและซุ้มประตูหน้าต่าง เพดานสลักรูปเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ เช่น พระนิรันตราย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาลที่ 4

“วัดพิชยญาติการาม” หรือ “วัดพิชัยญาติ” ตั้งอยู่ริมคลองบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปในสมัยสุโขทัยมีนามว่า “พระสิทธารถ” เป็นพระพุทธรูปรุ่นเดียวกับพระพุทธชินราชและพระพุทธชินสีห์

“วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร” ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี เดิมชาวบ้านเรียกว่า “วัดรั้วเหล็ก” เพราะมีรั้วเหล็กเป็นกำแพงวัดอยู่เป็นบางตอน รั้วเหล็กนี้สูงประมาณ 3 ศอกเศษ ทำเป็นรูปอาวุธ คือหอก ดาบ และขวาน (ขวานสามหมื่น ปืนสามกระบอก หอกสามแสน) มีลักษณะเป็นกำแพงและซุ้มประตูเล็กๆ เป็นตอนๆ โดยมี “พระพุทธธรรมวิเชฏฐศาสดา” พระประธานในพระอุโบสถ

“วัดสามพระยา” เดิมเป็นวัดราษฎร์ สถานที่ตั้งอยู่ที่เขตพระนคร ชาวบ้านเรียกว่า “วัดสัก” หรือ “วัดบางขุนพรหม” สันนิษฐานว่า สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะโดยลำดับครั้นต่อมา ในรัชกาลที่ 3 ได้มีพี่น้องร่วมบิดามารดา อพยพมาจากรามัญประเทศ ได้จัดสร้างวัดนี้ขึ้นใหม่ แล้วเสร็จจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นวัดหลวงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

“วัดยานนาวา” พระอารามหลวงตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดคอกควาย” เนื่องจากมีชาวทวายมาลงหลักปักฐานอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในสมัยกรุงธนบุรีได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เรียกชื่อใหม่ว่า “วัดคอกกระบือ” ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงสร้างพระอุโบสถใหม่ ครั้นถึงรัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และสร้างเรือสำเภาพระเจดีย์แทนพระสถูปเจดีย์ทั่วไป เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นรูปแบบเรือสำเภาซึ่งกำลังจะหมดไปจากเมืองไทย

“วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก” เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นในปี 2538 เป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคมสีมา และได้รับการยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีเป็นการพิเศษในปี 2542

“วัดคลองแตยใน” ถูกสร้างขึ้นปี 2350 อยู่ในเขต อ.พระโขนง จ.พระนครในสมัยนั้น ทิศตะวันออกจรดคลองเตย (ที่เรียกว่าคอลงเตย เพราะเดิมสองฟากฝั่งคลอง เต็มไปด้วยต้นเตย ชาวบ้านจึงนิยมพายเรือมาเก็บใบเตยนำไปใช้ประกอบในส่วนของขนมไทย ปัจจุบันถูกถมทับเป็นบ้านเรือนประชาชนเกือบทั้งหมด)

“วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ” เป็นวัดที่สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง สถาปนาโดยพระราชวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ตั้งของวัดเป็นเกาะรูปสี่เหลี่ยมมีน้ำล้อมอยู่ทุกด้าน สถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุที่อยู่คู่วัดมา เช่น หอพระไตรปิฏก ตู้พระไตรปิฎกทรงบุษบก ล้วนเป็นฝีมือช่างหลวงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นวัดสำคัญประจำหัวเมืองหน้าด่านทางทะเล

และ “วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร” ตั้งอยู่ริมคลองมหานาค เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ “วัดสะแก” พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสระเกศ” ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา

ส่วนใครที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถทำบุญสวดมนต์ข้ามปีได้ที่วัดใกล้บ้านและถ้าใครไม่ว่างติดงานไม่สะดวกก็สวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตาได้ที่บ้านหรือที่ทำงานได้เช่นกัน

หากพูดถึงการเตรียมความพร้อมในการสวดมนต์ข้ามปีแล้ว ผู้เข้าร่วมงานก็ต้องเตรียมพร้อมฟิตร่างกายให้พร้อมกับการนั่งสวดมนต์ข้ามปี ควรบริหารร่างกายเพื่อยืดกล้ามเนื้อป้องกันการเมื่อยล้าจากการนั่งนานๆ และเปลี่ยนอริยาบถยืดเหยียด โดยสลับท่านั่งระหว่างการนั่งพับเพียบกับการนั่งขัดสมาธิ ส่วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวเรียบ หรือสีที่ ไม่ฉูดฉาด ไม่หลวมไม่คับเกินไป เพื่อให้เกิดความคล่องตัว

และรับประทานอาหารในปริมาณที่พอดีไม่อิ่มจนเกินไปจนอึดอัดแน่นท้อง เพราะการนั่งสวดมนต์นานๆ จะเกิดการกดทับกะเพาะอาหารทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อยและอาจเกิดอาการปวดท้องตามมา พร้อมทั้งรักษาศีล5 ทำจิตใจให้บริสุทธิ์และควรนั่งสมาธิกำหนดสติ ส่วนบทสวดมนต์ไม่ต้องกังวล เพราะทางวัดได้จัดไว้แล้ว ขณะเดียวกันได้เตรียมโปสการ์ดคำอำนวยพรปีใหม่จากสมเด็จพระสังฆราชแจกผู้เข้าร่วมงานด้วย

นับได้ว่าการสวดมนต์เป็นพลังที่มีอานุภาพที่ช่วยกล่อมเกลาสร้างจิตใจและเป็นกุศลจนก่อให้เกิดความสุข สร้างพลังอำนาจทางจิตใจให้มีสติ ปัญญาต่อการดำเนินชีวิต “เดลินิวส์ออนไลน์” ขออวยพรให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง เฮงๆ รวยๆ รับปีใหม่กันถ้วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์